|
ทำไมสุรินทร์ต้องเป็นเมืองเกษตรอินทรีย์
|
จังหวัดสุรินทร์ มีประชากรจำนวน 1,382,274 คน ร้อยละ 92.8
ของประชากรอาศัยอยู่ในชนบท ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพการเกษตร
โดยเฉพาะการปลูกข้าว มีรายได้ เฉลี่ยต่อหัวเท่ากับ 20,603 บาท/ปี
จัดเป็นจังหวัดที่มีรายได้ต่ำเป็นอันดับที่ 73 ของประเทศ
ซึ่งแสดงถึงความยากจนของประชากรในจังหวัดสุรินทร์
ประเทศไทยได้รับอิทธิพลจากประเทศตะวันตก
มีการประกาศใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ ฉบับที่ 1 เมื่อ พ.ศ.
2504 เกษตรกรส่วนใหญ่ของจังหวัดสุรินทร์จึงเปลี่ยน
รูปแบบการทำการเกษตรแบบดั้งเดิมที่เป็นการผลิตแบบพึ่งตนเอง
พึ่งพากัน มาเป็นการทำการเกษตรเชิงเดี่ยวมุ่งการผลิตเชิงพาณิชย์
มุ่งการผลิตเพื่อตอบสนองการส่งออก โดยมี
เป้าหมายเพื่อนำรายได้เข้าประเทศ
ซึ่งต้องดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อให้ผลผลิตมากที่สุด
มีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องปัจจัยการผลิต เช่น
นำเครื่องจักรกลมาใช้แทนแรงงานคนและสัตว์
มีการใช้ปุ๋ยเคมีเข้ามาแทนปุ๋ยอินทรีย์
ใช้ฮอร์โมนเร่งการเจริญเติบโต ใช้ยาปราบศัตรูพืข ยากำจัดวัชพืช
ผลที่ตามมาคือ
1. ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น 2. คุณภาพของผลผลิตต่ำลง
เพราะปนเปื้อนสารพิษ 3. เกษตรกรมีหนี้สินเพิ่มมากขึ้น
4. ประเทศขาดดุลการค้า เพราะต้องนำเข้าสารเคมี ปุ๋ย
และฮอร์โมนต่าง ๆ เป็นต้น 5. ระบบนิเวศเสื่อมโทรม
โดยเฉพาะคุณภาพดินต่ำกว่ามาตรฐาน
จากปัญหาและสาเหตุดังกล่าว
จังหวัดสุรินทร์จึงประกาศนโยบายสุรินทร์เมืองเกษตรอินทรีย์
ปลอดสารเคมีและสารพิษ พ.ศ. 2542-2549 เมื่อวันทื่ 5 ธันวาคม 2542
ณ
ท่ามกลางพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
ซึ่งการประกาศนโยบายนี้
ก็เพื่อเป็นกรอบในการระดมสรรพกำลังทุกฝ่ายของจังหวัดสุรินทร์
ทั้งภาครัฐบาล และภาคเอกชนในอันที่จะตอบสนองต่อยุทธศาสตร์
การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนพึ่งตนเอง และโครงการเมืองสุขภาพปลอดสารพิษ
เพื่อคุณภาพชีวิตของประชาชน ของกระทรวงมหาดไทย โดยมีวัตถุประสงค์
ดังนี้
1. เพื่อลดต้นุทนการผลิต ในการใช้ปุ๋ยเคมี ยาปราบศัตรูพืช
เป็นต้น 2. เพื่อให้เกษตรกรผู้ผลิต
และผู้บริโภคมีสุขภาพที่ดี 3.
เพื่อฟื้นฟูและคืนความสมบูรณ์ให้กับดิน และรักษาสิ่งแวดล้อม
4. เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหาวิกฤตด้านเศรษฐกิจ
5.
เพื่อเตรียมความพร้อมของสินค้าเกษตรในการแข่งขันในเวทีการค้าโลก
นอกจากนี้ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์
ได้กำหนดยุทธศาสตร์เมืองเกษตรอินทรีย์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญ
ในแผนพัฒนาขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ ระยะ 5 ปี
(2545-2549) ซึ่งโดยศักยภาพขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์
จะมีส่วนอย่างสำคัญยิ่งต่อความก้าวหน้า-สัมฤทธิ์ผลของโครงการนี้
|